CPA4BIS : ข่าวประชาสัมพันธ์

cpa4bis คือทีมงานที่ผ่านประสบการณ์ทางวิชาชีพมามากมาย ทั้งจากธุรกิจและสำนักงานสอบบัญชีชั้นนำของไทย
cpa4bis เป็นผู้นำเสนอสาระ ความรู้ ข่าวสารในด้านบัญชี ตรวจสอบบัญชี ภาษีอากร กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ ตลอดจนบริการรับทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี จดทะเบียนนิติบุคคลทุกชนิด สร้างสรรค์บริการที่มีคุณภาพ ในราคาสมเหตุสมผล

 

ค่าตรวจสอบบัญชี เริ่มต้นที่ ฿4,500 (งบเปล่าไม่ดำเนินการ) ติดต่อเรา 080-611-0333

ข่าวภาษีอากร

กรมสรรพากรจัดกิจกรรมสร้างสรรค์จิตสำนึกรับผิดชอบปลูกฝังเด็กไทย โตไปเสียภาษีถูกต้อง

กรมสรรพากรจัดกิจกรรมสร้างสรรค์จิตสานึกรับผิดชอบปลูกฝังเด็กไทย โตไปเสียภาษีถูกต้อง

วันนี้ ( 9 กรกฎาคม 2553 ) เวลา 10.00 น. นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth club) ” ปี 2 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กรมสรรพากร

 

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรจัดกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth club) ปี 2 ภายใต้แนวคิด เด็กทั่วไทยใส่ใจหน้าที่ โตขึ้นเป็นคนดี เสียภาษีให้ชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาษี รวมทั้ง ปลูกฝังให้เยาวชนเกิดทัศนคติ และค่านิยมที่ดีในการทาหน้าที่พลเมืองดี เสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยใช้ละครเวที เกม และกิจกรรมต่าง ๆ เป็นสื่อกลางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งละครเวทีจะเป็นเครื่องมือสาคัญในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับการเสียภาษี สามารถสื่อให้เยาวชนได้ตระหนักรู้ว่าภาษีอากรที่เสียไปนั้น จะนากลับคืนสู่ประเทศชาติในรูปแบบของสาธารณูปโภคต่าง ๆ

 

อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ในปัจจุบัน เราจะเห็นข่าวว่ามีผู้ใหญ่หลีกเลี่ยงภาษีในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีสาหรับเด็กและเยาวชน กรมสรรพากรเชื่อว่าการจะแก้ปัญหาดังกล่าวให้หมดไปจากประเทศได้นั้น จะต้องเริ่มต้นปลูกฝังคุณธรรม และจิตสานึกรับผิดชอบต่อประเทศกันตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นโครงการ สโมสรภาษี เด็กดีทั่วไทย (RD Youth club) ของเรา จึงมีแนวความคิดที่จะช่วยปลูกฝังความสานึกรับผิดชอบ และรู้หน้าที่ของพลเมืองที่ดีให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ซึ่งเป็นวัยที่กาลังเติบโต และกาลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ เมื่อโตขึ้นจะได้เป็น

สรรพากรขยายฐานภาษี หวังบี้รายได้เข้ารัฐเพิ่ม

สรรพากรขยายฐานภาษี   หวังบี้รายได้เข้ารัฐเพิ่ม

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่ากรมสรรพากรได้ทำการเปิดศูนย์บริการสำหรับผู้เสียภาษีทุกราย พร้อมทั้งเปิดคอลเซ็นเตอร์ เบอร์ใหม่ 1161 เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูลการเสียภาษีแก่ประชาชน และช่วยให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปตามเป้าหมาย โดย ปีนี้ ตั้งเป้าหมายการขยายฐานผู้เสียภาษีไว้ 350,000 ราย แต่ทำได้เกินเป้าหมายแล้วและคาดว่าทั้งปีฐานผู้เสียภาษีน่าจะเกิน 400,000 ราย

 

สำหรับการจัดเก็บภาษีรายได้ของกรมสรรพากรในช่วง 11 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2553 สามารถจัดเก็บรายได้ได้เกินเป้าหมายแล้ว เนื่องจากภาษีเงินได้ภาษีนิติบุคคลในเดือนสิงหาคม สูงเกินคาด โดยคาดว่าการจัดเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณ 2553 จะเกินเป้าหมายประมาณ10 %จาก 1.189 ล้านล้านบาท มาอยู่ที่ 1.518 ล้านล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณ 2554 น่าจะจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่ 1.305 ล้านล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง

 

 นายวินัยกล่าวอีกว่าเร็วๆ นี้จะเสนอนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เพื่อพิจารณาแนวางการนำคูปองชิงรางวัล มาใช้จูงใจให้เกิดการเสียภาษี โดยศึกษารูปแบบและแนวทางจากประเทศจีน เบื้องต้นอาจจะเลือกใช้กับธุรกิจบางประเภท ที่ผู้ประกอบการได้รับเงินชำระค่าสินค้าหรือบริการแล้ว มักไม่มีการออกใบกำกับภาษีให้ เช่น ภัตตาคาร


สรรพากรจัดเกรด สนง.บัญชี

สรรพากรจัดเกรด สนง.บัญชี

นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรมีนโยบายในการกำกับดูแล ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำนักงานบัญชี นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา เพื่อให้คำนึงถึงหลักการเสียภาษีให้ถูกต้อง ทั้งนี้ กรมฯ จะมีการจัดระดับเกรดของสำนักงานบัญชี ว่าแห่งใดที่มีความน่าเชื่อถือและดำเนินงานที่ดี โดยจะพิจารณาจากลูกค้าของบริษัทนั้นๆ ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร อีกทั้งเพื่อทำให้รู้ว่าสำนักงานบัญชีแห่งใดบ้าง ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงในการปลอมเอกสารหรือสับเปลี่ยนใบกำกับภาษี โดยการแต่งยอดภาษีขึ้นมาใหม่ให้เพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งจะทำให้ยอดการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มมีการเปลี่ยนแปลงเป็นจำนวนที่ลดลง ทั้งนี้ หากพบว่าผู้มีหน้าที่ทำบัญชีแห่งใดร่วมมือกับผู้ประกอบการปลอมเอกสารหรือสับเปลี่ยนใบกำกับภาษี กรมฯ ก็จะพิจารณาเพื่อดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

 

ในวันที่ 13 ต.ค.52 จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่สรรพากรทั่วประเทศเพื่อมอบนโยบายการดำเนินงาน อีกทั้งเพื่อจัดกลุ่มธุรกิจที่มีความเสี่ยงในการหลีกเลี่ยงภาษี?โดยเฉพาะสำนักงานบัญชี ซึ่งเป็นผู้จัดทำบัญชีให้กับบริษัทเอกชน โดยเฉพาะการเสียภาษีเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีและเสียภาษีให้ครบถ้วน หากสำนักงานบัญชีใดช่วยเหลือหลีกเลี่ยงภาษี ก็จะมีความผิดเกี่ยวกับการเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดหลีกเลี่ยงภาษี และจะถูกดำเนินคดีทางอาญา นอกจากนั้นจะเร่งพิจารณาผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีเพื่อให้มีความถูกต้องยิ่งขึ้น ว่ามีการแจ้งยอดบัญชีตรงกับการดำเนินธุรกิจหรือไม่ ทั้งนี้ เห็นว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เช่น กลุ่มธุรกิจก่อสร้างจะได้รับประโยชน์และมีรายได้สูงขึ้น โดยต้องมีการเสียภาษีอย่างถูกต้องก็จะเข้าไปดูกลุ่มดังกล่าวด้วย สำหรับยอดการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 52 ที่ผ่านมา ซึ่งสิ้นสุดเมื่อสิ้นเดือน ก.ย.52 นั้น มียอดจัดเก็บ 1.24 ล้านล้านบาท โดยจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ 1.32 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่างบประมาณปี 2553 กรมฯ น่าจะทำได้ตามเป้าหมาย

 

เตือนเรื่องค่าปรับ กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เมื่อพ้นกำหนดเวลา

เตือนเรื่องค่าปรับ กรณียื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เมื่อพ้นกำหนดเวลา

1. บุคคลธรรมดาที่ไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี หรือยื่นแบบฯ เกินกำหนดเวลา

ต้องระวางโทษค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร แต่สามารถขอลดค่าปรับได้

2. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 /91 ผ่านอินเทอร์เน็ต กรณีมีเงินภาษีต้องชำระ

หากท่านมิได้ชำระเงินภาษีภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี ถือว่ามิได้ยื่นแบบ ท่านต้องไปยื่นแบบ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา และชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมทั้งค่าปรับตามข้อ 1

3. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 เกินกำหนดเวลา

3.1 กรณีมีเงินภาษีต้องชำระ ให้ชำระเงินภาษี พร้อมเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ รวมทั้งค่าปรับตามข้อ 1

3.2 กรณีไม่มีเงินภาษีต้องชำระ ให้ชำระค่าปรับตามข้อ 1 เพียงอย่างเดียว

รวบแก๊งค์ขายใบกำกับภาษีทางอินเทอร์เน็ต

รวบแก๊งค์ขายใบกำกับภาษีทางอินเทอร์เน็ตด้วยกรมสรรพากรโดย นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร นางวณี ทัศนมณเฑียร รองอธิบดีกรมสรรพากร ได้ร่วมกับ พล.ต.ท. ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.สุรพล หอมชื่นชม ผบก.ปอท. และพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.ปอศ. พร้อมกำลังได้ร่วมกันดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับขบวนการผู้ออกใบกำกับภาษีปลอม โดยได้ลงประกาศขายให้ประชาชนทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์ ผลการสืบสวนสอบสวนทราบว่าหนึ่งในขบวนการดังกล่าวคือ น.ส.สิริยากร โสมทรัพย์ และได้หลักฐานการกระทำผิดของ น.ส.สิริยากรฯ โดยมีพฤติการณ์เปิดบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างของตนเอง ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง และไม่สามารถนำไปใช้แสดงต่อกรมสรรพากรเพื่อเป็นเครดิตภาษีหรือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีได้แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังแอบอ้างชื่อบริษัทผู้อื่นออกใบกำกับภาษีอีกด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2553 เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท. และ บก.ปอศ. จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรีเพื่อขอหมายจับ น.ส.สิริยากรฯ ซึ่งศาลฯ ได้อนุมัติหมายจับตามหมายจับที่ 967/2553 ในความผิดฐาน ออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออก ตามประมวลรัษฎากร ตามมาตรา90/4(3) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันถึงสองแสนบาท นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการกระทำดังกล่าวยังต้องรับผิดทางแพ่งโดยต้องรับผิดชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามจำนวนที่ปรากฏในใบกำกับภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

หลังจากนั้นกรมสรรพากรและเจ้าหน้าที่ตำรวจของ บก.ปอท. และ บก.ปอศ. ได้แบ่งกำลังเป็น 6 ชุดปฏิบัติการ กระจายกันเข้าตรวจค้นตามจุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาใช้สำหรับออกใบกำกับภาษีปลอมดังกล่าวเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และสามารถจับกุมตัว น.ส.สิริยากรฯ ผู้ต้องหาหนึ่งในขบวนการขายใบกำกับภาษีปลอมได้ที่บริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พร้อมทั้งสามารถยึดเอกสารใบกำกับภาษีปลอมได้เป็นจำนวนมาก และยึดเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 6 เครื่อง ในเบื้องต้นคิดมูลค่าสินค้าที่ซื้อขายตามใบกำกับภาษีปลอมได้กว่าหนึ่งพันล้านบาท ส่งให้พนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมขบวนการดังกล่าวที่เหลือต่อไปสำหรับผู้ที่นำใบกำกับภาษีปลอมดังกล่าวไปใช้ในการเครดิตภาษี เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือเสียภาษีมูลค่าเพิ่มให้น้อยลง หรือนำไปใช้เป็นรายจ่ายเท็จในการคำนวณภาษีเงินได้ มีความผิดตามประมวลรัษฎากรโดยต้องรับผิดทางแพ่งตามจำนวนภาษีที่นำไปเครดิตภาษีหรือเป็นรายจ่ายเท็จพร้อมเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และมีโทษทางอาญากรณีใช้ใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 90/4(7) และกรณีหลีกเลี่ยงภาษีอากรตามมาตรา 37(2) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันถึงสองแสนบาทเช่นเดียวกับผู้ออกใบกำกับภาษีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกด้วย

ที่มา : rd.go.th

รายชื่อผู้ประกอบการได้รับอนุมัติเบื้องต้นให้ขยายเวลการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50

รายชื่อผู้ประกอบการได้รับอนุมัติเบื้องต้นให้ขยายเวลการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50รายชื่อผู้ประกอบการได้รับอนุมัติเบื้องต้นให้ขยายเวลการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50

 

 

 

 

 

 

 

เข้าใจ CPTA (ซีพีทีเอ) ความสำคัญ ภาษีและบัญชี

เข้าใจ CPTA (ซีพีทีเอ) ความสำคัญ ภาษีและบัญชี

จากข่าวกรมสรรพากรจะได้มีการกำหนดให้มี ซีพีทีเอ (CPTA) หรือผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชีภาษีอากรเป็นการเฉพาะ  เพื่อแทนที่การตรวจสอบและรับรองบัญชีตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ทำให้มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ CPTA ที่ Website ของกรมสรรพากรกันมาก ในขณะที่เรายังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับ CPTA ออกมาใช้บังคับ

 

1.เข้าใจว่า CPTA น่าจะนำแบบอย่างจากประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้มืออาชีพในการช่วยเหลือเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากรอย่างได้ผล เพราะทุกวันนี้ผู้เสียภาษีมีมาก ลำพังเจ้าหน้าที่สรรพากรมีน้อยย่อมดูแลไม่ทั่วถึง และ CPA หรือ TA ที่มีอยู่ก็เน้นเพื่อการรับรองบัญชีเป็นไปตามมาตรฐานบัญชี และเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร เท่านั้น ซึ่งแต่ละคนเซ็นงบจำนวนมากนับเป็นร้อยราย ทั้งที่ในความเป็นจริงถ้ากรมสรรพากรทดลองเรียก ผู้รับรองมาไต่สวนสอบถามจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับกิจการที่รับรองเลย ดังนั้นการที่ CPA หรือ TA รับรองแล้วนั้นคงไม่สามารถเชื่อได้ว่า กิจการนั้นเสียภาษีถูกต้อง

 

2. นับเป็นแนวคิดที่ดีที่จะนำ CPTA มารับรองบการเสียภาษีเป็นการเฉพาะ นอกเหนือจาก CPA หรือ TA ที่ควรรับรองความถูกต้องทางมาตรฐานบัญชีเท่านั้น อีกทั้งก็ไม่สามารถสรุปได้ว่า CPA หรือ TA จะมีความรู้ความชำนาญ
ด้านภาษีสรรพากร ซึ่งยากแก่การทำความเข้าใจ จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์พอสมควรและต้องมีองค์ความรู้หลากหลายประกอบที่จะเข้าใจได้ถึงธุรกิจและภาษีอากร ซึ่งหากกิจการใดมี CPTA ผู้มีความรู้ความชำนาญเป็นผู้รับรองงบการเสียภาษีสามารถอธิบายได้ เชื่อว่า CPTA ผู้นั้นจะไม่กล้ารับรองการเสียภาษีได้ง่าย ๆ เพราะมีความรู้ความเข้าใจว่ากิจการนั้นเสียภาษีถูกต้องหรือไม่เพียงไร และเชื่อได้ว่า CPTA แต่ละคนจะรับรองจำนวนรายได้ไม่มาก เพราะต้องมีความรับผิดชอบ อีกทั้งอาจต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ก็จะทำให้การเสียภาษีของกิจการดีขึ้นเป็นการช่วยเหลือทางราชการได้อย่างมาก

 

3. วิธีคัดกรองหา CPTA ที่ต้อง มีความรู้ความสามารถ เพื่อนำมาช่วยในการควบคุมกำกับดูแลการจัดเก็บภาษีอากร อันจะเป็นผลดีต่อทางราชการ หัวใจสำคัญของการเสียภาษีอากรอยู่ที่ประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติอันเป็นกฎหมายเฉพาะ ผู้ที่จะเป็น CPTA ควรเน้นความเข้มข้นพื้น ความรู้ทางกฎหมายมากกว่าทางบัญชี ทั้งนี้ เนื่องจากงบการเงินที่ยื่นเพื่อเสียภาษีได้มีการรับรองมาตรฐานบัญชีจาก CPA หรือ TA อยู่แล้ว.

 

ที่มา : www.cpaccount.net

 

cpa4bis บนมือถือ