CPA4BIS : ข่าวประชาสัมพันธ์

cpa4bis คือผู้บุกเบิกและผู้นำการให้บริการรับทำบัญชี ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตมายาวนานหลายปี บริการด้วยทีมงานมืออาชีพ ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมาย บริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์โดยตรงทางวิชาชีพบัญชีและสอบบัญชี
การจัดทำบัญชีที่ถูกต้องได้ตามมาตรฐาน นำส่งภาษีได้ตรงเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงในภาระภาษีจากสรรพากร รวมถึงเป็นข้อมูลช่วยในการวิเคราะห์กิจการเพื่อการบริหารธุรกิจได้อย่างดี
cpa4bis ยินดีนำเสนอบริการรับทำบัญชีอย่างครบวงจร เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระอันยุ่งยากของผู้ประกอบการ ให้ไม่ต้องกังวลใจในเรื่องบัญชีอีกต่อไป 

cpa4bis ยึดมั่นนโยบายการทำงานอย่างมีระบบ ตรงตามกำหนดเวลา จัดเก็บระบบเอกสารเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้งานออกมามีคุณภาพที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา พร้อมให้คำปรึกษาและชี้แจงประเด็นปัญหาทางบัญชีและภาษีอากรที่ได้ตรวจพบจากเอกสารทางบัญชี ทั้งหมดนี้บริการคุณด้วยทีมงานนักบัญชีคุณภาพ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

 

ค่ารับทำบัญชี เริ่มต้นเพียง ฿2,500/เดือน ติดต่อเรา 080-611-0333

ตัวอย่างข้อสอบเก่าวิชาการบัญชี

ตัวอย่างข้อสอบเก่าวิชาการบัญชี

ข้อสอบ วิชาการบัญชี ครั้งที่ 1 ปี 2539

ข้อ 1 ให้ใช้สมุดคำตอบสีชมพู

บริษัทผู้จำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสารแห่งหนึ่งให้ทำสัญญาเช่าระยะยาวเครื่องถ่ายเอกสารกับบริษัทผู้เช่า ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องถ่ายเอกสารและสัญญาเช่ามีดังนี้

1. ต้นทุนของเครื่องถ่ายเอกสารเท่ากับ 80,000 บาท

2. อายุการใช้งานโดยประมาณของเครื่องถ่ายเอกสารเท่ากับ 5 ปี

3. ประมาณการมูลค่าซาก ณ วันสิ้นสุดอายุการใช้งาน 10,000 บาท

4. ราคายุติธรรม (ราคาขายปกติ) ณ วันเริ่มต้นสัญญาเช่า 100,000 บาท

5. เงื่อนไขสัญญาเช่า

ก. สัญญาเช่ายกเลิกไม่ได้

ข. ประมาณการมูลค่าซาก ณ วันสิ้นสุดสัญญาเช่า 20,000 บาท

ค. สัญญาเช่าให้สิทธิผู้เช่าเลือกซื้อทรัพย์สินในราคา 7,320 บาท หากผู้เช่าต้องการใช้สิทธิเลือกซื้อทรัพย์สินที่เช่าให้ชำระราคา ณ วันสิ้นสุดสัญญาเช่าผู้เช่าไม่รับประกันมูลค่าซาก

ง. กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะโอนไปให้ผู้เช่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกับการตัดสินใจของผู้เช่าเมื่อสิ้นสุดสัญญา

จ. สัญญาเช่ามีอายุ 3 ปี เริ่มจากวันที่ 1 มกราคม 2539

ฉ. ค่าเช่าจะชำระทุกสิ้นปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2539 เป็นเงิน 38,000 บาท

6. อัตราผลตอบแทนที่ผู้เช่าต้องการเท่ากับร้อยละ 10 (สมมติว่าเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมส่วนเพิ่มของผู้เช่า)

7. มูลค่าปัจจุบันของเงิน 1 บาท ทุก ๆ สิ้นปี เป็นระยะเวลา 3 ปี เท่ากับ 2.4869 มูลค่าปัจจุบันของเงิน 1 บาท ณ สิ้นปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 เท่า 0.7513

คำถาม

1. เกณฑ์ในการพิจารณาแบ่งแยกความแตกต่างของสัญญาเช่าระยะยาวทั้งสองประเภทมีอะไรบ้าง

2. เมื่อพิจารณาทางด้านผู้เช่า สัญญาเช่านี้จัดเป็นสัญญาประเภทใด เพราะเหตุใด ให้แสดงเกณฑ์การพิจารณา

3. เมื่อพิจารณาทางด้านผู้ให้เช่า สัญญาเช่านี้จัดเป็นสัญญาประเภทใด เพราะเหตุใด

4. ให้แสดงรายการบัญชีทางด้านผู้ให้เช่า ณ วันที่ทำสัญญา และเมื่อได้รับชำระเงินครั้งแรก

5. ให้แสดงรายการบัญชีทางด้านผู้เช่า ณ วันที่ทำสัญญา และเมื่อได้รับชำระเงินครั้งแรก

6. ให้แสดงรายการบัญชีทางด้านผู้ให้เช่า ณ วันสิ้นสุดสัญญา สมมติว่าผู้เช่าเลือกซื้อทรัพย์สิน

7. ให้แสดงรายการบัญชีทางด้านผู้เช่า ณ วันสิ้นสุดสัญญา สมมติว่าผู้เช่าเลือกซื้อทรัพย์สิน

(20 คะแนน)

ข้อ 2 ให้ใช้สมุดคำตอบสีเหลือง

ให้ท่านให้คำอธิบายว่ากรณีที่กิจการจะซื้อเครื่องจักรมาใช้จากต่างประเทศ และมีเงินไม่พอต้องขอกู้ยืมเงินจากธนาคาร และต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ท่านสรุปว่าราคาทุนบันทึกบัญชีของเครื่องจักร ควรเป็นจำนวนที่รวมค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง (สมมติเองทุกกรณี) และบริษัทควรใช้การคิดค่าเสื่อมราคาวิธีใด อธิบายมา 3 วิธี และแต่ละวิธีจะคิดอย่างไร พร้อมทั้งจะมีผลกระทบต่องบการเงินของกิจการอย่างไรบ้าง

(20 คะแนน)

ข้อ 3 ให้ใช้สมุดคำตอบสีฟ้า

จาการตรวจสอบบัญชีของลูกค้ารายหนึ่งซึ่งใช้ระบบต้นทุนมาตรฐานในการผลิต และคำนวณสินค้าคงเหลือ ท่านพบรายการโอนบัญชีรายการหนึ่งดังนี้

ด้านเดบิต

ต้นทุนสินค้าขาย 12,700

ผลต่างการใช้จ่ายเงิน 1,400

ด้านเครดิต

ผลต่างราคาวัตถุดิบ 1,500

ผลต่างปริมาณวัตถุดิบ 2,000

ผลต่างประสิทธิภาพค่าแรง 4,000

ผลต่างอัตราค่าแรง 1,200

ผลต่างประสิทธิภาพค่าใช้จ่ายการผลิต 1,900

ผลต่างงบประมาณการผลิต 2,100

โอนบัญชีผลต่างเข้าบัญชีต้นทุนสินค้าขาย 1,400

จากการสอบถามนักบัญชีต้นทุนของบริษัท ได้ข้อมูลว่าเป็นนโยบายการบัญชีของกิจการนี้เขาเองก็ไม่เห็นด้วย และเสนอว่าควรจะจัดสรรผลต่างดังกล่าวตามสัดส่วนที่ก่อให้เกิดผลต่าง ดังนี้

วัตถุทางตรงที่ใช้ในการผลิตยังเหลืออยู่ในบัญชีต่าง ๆ ดังนี้

- วัตถุดิบคงเหลือ 40%

- ผลต่างปริมาณวัตถุดิบ 10%

- สินค้าระหว่างทำคงเหลือ 25%

- สินค้าสำเร็จรูปคงเหลือ 10%

- ต้นทุนสินค้าขาย 15%

ค่าใช้จ่ายที่จัดสรรตามชั่วโมงแรงงานทางตรง อันได้แก่ ต้นทุนแรงงาน และค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร มีอัตราส่วน ดังนี้

- สินค้าระหว่างทำคงเหลือ 50%

- สินค้าสำเร็จรูปคงเหลือ 20%

- ต้นทุนสินค้าขาย 30%

ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่จัดสรรตามชั่วโมงเครื่องจักร ซึ่งมีอัตราส่วนดังนี้

- สินค้าระหว่างทำคงเหลือ 50%

- สินค้าสำเร็จรูปคงเหลือ 30%

- ต้นทุนสินค้าขาย 20%

ในฐานะที่ท่านเป็นผู้สอบบัญชีท่านเห็นว่านโยบายการบัญชีของลูกค้ารายนนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับต้นทุนมาตรฐานมีผลกระทบต่อ ต้นทุนสินค้าขาย และสินค้าคงเหลือของกิจการอย่างไรบ้าง และท่านเห็นด้วยหรือไม่

(20 คะแนน)

 

ข้อสอบ วิชาการบัญชี ครั้งที่ 2 ปี 2539

ข้อ 1 ให้ใช้สมุดคำตอบสีเทา

บริษัท ก การช่างจำกัด เป็นบริษัทก่อสร้างซึ่งใช้ระบบต้นทุนงานสั่งทำ บริษัทคิดโสหุ้ยการผลิตเข้างานในอัตรา 55% ของต้นทุนค่าแรงงานทางตรง

ณ วันที่ 1 สิงหาคม ยอดคงเหลือในบัญชีงานระหว่างทำมีจำนวน 34,524 พันบาท โดยมีงานต่อไปนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

หน่วย : พันบาท

งานเลขที่ 478 | วัตถุดิบ 5,100 | แรงงานทางตรง 9,620 | โสหุ้ยการผลิต 4,810 | รวม 19,530

งานเลขที่ 479 | วัตถุดิบ 3,470 | แรงงานทางตรง 3,960 | โสหุ้ยการผลิต 1,980 | รวม 9,410

งานเลขที่ 480 | วัตถุดิบ 4,120 | แรงงานทางตรง 976 | โสหุ้ยการผลิต 488 | รวม 5,584

รวมวัตถุดิบ 12,690 | รวมแรงงานทางตรง 14,556 | รวมโสหุ้ยการผลิต 7,278 | รวมทั้งหมด 34,524

รายการค้าบางรายการที่เกิดขึ้นในระหว่างเดือนสิงหาคม มีดังนี้

(1) วัตถุดิบใช้ไป

งานเลขที่ 480: 449 พันบาท

งานเลขที่ 481: 3,500 พันบาท

งานเลขที่ 482: 2,100 พันบาท

วัตถุดิบทางอ้อม 390 พันบาท

รวม 6,439 พันบาท

(2) ค่าแรงงานใช้ไป

งานเลขที่ 478: 331 พันบาท

งานเลขที่ 479: 2,651 พันบาท

งานเลขที่ 480: 7,800 พันบาท

งานเลขที่ 481: 5,891 พันบาท

งานเลขที่ 482: 1,720 พันบาท

ค่าแรงงานทางอ้อม 853 พันบาท

รวม 19,426 พันบาท

(3) คิดโสหุ้ยการผลิตเข้างานในอัตรา 55% ของค่าแรงงานทางตรง

(4) งานเลขที่ 478 และ 479 เสร็จในเดือนสิงหาคม

ผู้บริหารบริษัทมีความเป็นห่วงว่าต้นทุนจะสูงกว่าที่คาดไว้ โดยผู้บริหารคาดหวังว่าต้นทุนของงานต่าง ๆ จะเป็นดังนี้

งานเลขที่ 478: 20,000 พันบาท เมื่องานเสร็จ

งานเลขที่ 479: 13,000 พันบาท เมื่อเสร็จงาน

งานเลขที่ 480: 15,000 พันบาท ณ 31 สิงหาคม

งานเลขที่ 481: 10,000 พันบาท ณ 31 สิงหาคม

งานเลขที่ 482: 4,000 พันบาท ณ 31 สิงหาคม

คำสั่ง ให้เปรียบเทียบต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงกับที่เกิดขึ้นจริงกับที่ผู้บริหารคาดไว้ และรายงานผลที่เกิดขึ้น

(20 คะแนน)

ข้อ 2 ให้ใช้สมุดคำตอบสีม่วง

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2537 บริษัท ก จำกัดซื้อหุ้นสามัญของหุ้นสามัญของบริษัท ข จำกัด จำนวน 90%โดยจ่ายเงินสูงกว่าราคาตามบัญชี 67,500 บาท ซึ่งถือเป็นค่าความนิยมและตัดบัญชีภายใน5 ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2538 บริษัท ก จำกัด ได้ขายหุ้นบริษัท ข จำกัด ไป 10% ในราคา 210,000 บาท

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 ส่วนของผู้ถือหุ้นในบริษัท ข จำกัด ประกอบด้วย

หุ้นทุน 750,000 บาท

กำไรสะสม 1 มกราคม 2537 750,000 บาท

กำไรสุทธิ ปี 2537 450,000 บาท

เงินปันผล ปี 2537 (300,000) บาท

รวมส่วนของผู้ถือหุ้น 1,650,000 บาท

ปี 2538 บริษัท ข จำกัด มีกำไรสุทธิ 600,000 บาท

กำไรในสินค้าที่ซื้อขายระหว่างกันคงเหลือ ดังนี้

บริษัท ก จำกัด | 31 ธค. 37 ขาย 12,000 | 31 ธค. 38 ขาย 18,000

บริษัท ข จำกัด | 31 ธค. 37 ขาย 15,000 | 31 ธค. 38 ขาย 7,500

ให้ทำ :

(1) แสดงการคำนวณราคาทุนของหุ้น 10% ของบริษัท ข จำกัด ซึ่งขายเมื่อ 1 กรกฎาคม 2538

(2) แสดงการคำนวณการรับรู้รายได้จากบริษัท ข จำกัด ปี 2537 และปี 2538

(3) บันทึกรายการเงินลงทุนในบริษัท ข จำกัด ในสมุดรายวันทั่วไปของบริษัท ก จำกัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2537 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2538

(4) แสดงรายการตัดบัญชี เพื่อทำงบการเงินรวมปี 2538

(20 คะแนน)

ข้อ 3 ให้ใช้สมุดคำตอบสีส้ม

บริษัท ไทยพัฒนา จำกัด เริ่มเปิดดำเนินการในปี 2536โดยประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องเคมีภัณฑ์โดยการขายเชื่อทั้งสิ้นรายการที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2536 ถึงปี 2538 มีรายละเอียด ดังนี้

รายการ หน่วย : บาท

ยอดขายทั้งปี | ปี 2536: 10,000,000 | ปี 2537: 15,000,000 | ปี 2538: 18,000,000

ยอดลูกหนี้ ณ วันสิ้นปี | ปี 2536: 1,000,000 | ปี 2537: 1,500,000 | ปี 2538: 1,800,000

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. กิจการกำหนดนโยบายในการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ดังนี้

(1) ในปี 2536 ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจากยอดขายเชื่อในอัตราร้อยละ 1

(2) ในปี 2537 บริษัทเปลี่ยนนโยบายในการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญใหม่ โดยการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ให้มีจำนวนเท่ากับร้อยละ 3 ของลูกหนี้ ณ วันสิ้นปีแทน และถือปฏิบัติมาจนปัจจุบัน ทั้งนี้ เนื่องจากได้พิจารณาเห็นว่าการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญวิธีใหม่นี้ให้ผลในการประมาณหนี้สงสัยจะสูญที่เหมาะสมกับลักษณะลูกหนี้ของกิจการ

2. ในระหว่างปี 2537 บริษัทตัดบัญชีลูกหนี้ 3 ราย ซึ่งมียอดค้างรวม 30,000 บาท เป็นหนี้สูญ

3. ในระหว่างปี 2538 ลูกหนี้ที่ตัดบัญชีเป็นหนี้สูญรายหนึ่ง จำนวนหนึ่ง จำนวนเงิน 10,000 บาท นำเงินมาชำระหนี้

4. ในการตัดจำหน่ายหนี้สูญ และหนี้สูญได้รับคืน ให้ถือว่าเป็นกรณีการตัดหนี้สูญที่เข้าหลักเกณฑ์ตาม ประมวลรัษฎากร

ให้ท่าน :

1. ลงรายการข้างต้นในสมุดรายวันทั่วไป ของบริษัท ไทยพัฒนา จำกัด

(1) ณ 31 ธันวาคม 2536

(2) ระหว่างปี 2537

(3) ณ 31 ธันวาคม 2537

(4) ระหว่างปี 2538

(5) ณ 31 ธันวาคม 2538

2. แสดงงบดุลและงบกำไรขาดทุน สำหรับปี 2536 ถึงปี 2538 เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับรายการข้างต้น

3. แสดงรายการในแบบ ภ.ง.ด. 50 สำหรับปี 2536 ถึงปี 2538 เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงกำไรสุทธิ ตามบัญชีให้เป็นกำไรสุทธิตามภาษีเงินได้นิติบุคคลจากผลกระทบของรายการค้าดังกล่าวข้างต้น

(20 คะแนน)

 

ข้อสอบ วิชาการบัญชี ครั้งที่ 3 ปี 2539

ข้อ 1 ให้ใช้สมุดคำตอบสีชมพู

บริษัท ขนมต้ม จำกัด (มหาชน)

งบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 และ 2538

เงินสดและเงินฝากธนาคาร ปี 2539: 800,000 | ปี 2538: 700,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 100,000

ลูกหนี้การค้า ปี 2539: 1,128,000 | ปี 2538: 1,168,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) (40,000)

สินค้าคงเหลือ ปี 2539: 1,850,000 | ปี 2538: 1,715,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 135,000

ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ปี 2539: 3,307,000 | ปี 2538: 2,967,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 340,000

ค่าเสื่อมราคาสะสม ปี 2539: (1,165,000) | ปี 2538: (1,040,000) | เพิ่มขึ้น (ลดลง) (125,000)

เงินลงทุนในบริษัท ขนมหวาน จำกัด ปี 2539: 305,000 | ปี 2538: 275,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 30,000

ลูกหนี้เงินกู้ยืม ปี 2539: 270,000 | ปี 2538: 0 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 270,000

สินทรัพย์รวม ปี 2539: 6,495,000 | ปี 2538: 5,785,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 710,000

เจ้าหนี้การค้า ปี 2539: 1,015,000 | ปี 2538: 955,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 60,000

ภาษีเงินได้ค้างจ่าย ปี 2539: 30,000 | ปี 2538: 50,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) (20,000)

เงินปันผลค้างจ่าย ปี 2539: 80,000 | ปี 2538: 90,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) (10,000)

เจ้าหนี้สัญญาเช่าการเงิน ปี 2539: 400,000 | ปี 2538: 0 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 400,000

หนี้สินอื่น ปี 2539: 500,000 | ปี 2538: 500,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 0

ทุนเรือนหุ้น ปี 2539: 1,500,000 | ปี 2538: 1,500,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 0

กำไรสะสม ปี 2539: 2,970,000 | ปี 2538: 2,690,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 280,000

หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น ปี 2539: 6,495,000 | ปี 2538: 5,785,000 | เพิ่มขึ้น (ลดลง) 710,000

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2538 บริษัทฯ ได้ซื้อหุ้นสามัญคิดเป็นร้อยละ 25 ของบริษัท ขนมหวาน จำกัด มูลค่า 275,000 บาท ณ วันที่ได้มา บริษัท ขนมหวาน จำกัด มีสินทรัพย์รวม 1,100,000 บาท บริษัท ขนมหวาน จำกัด มีกำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2539 เป็นเงิน 120,000 บาท บริษัท ขนมหวาน จำกัด มิได้จ่ายเงินปันผลในปีนี้

2. ในระหว่างปี 2539 บริษัทฯ ได้กู้ยืมเงินแก่บริษัท ขนมไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท บริษัทขนมไทย จำกัด ได้ชำระคืนเงินต้นบวกดอกเบี้ยครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2539 เป็นเงิน 30,000 บาท บวกดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อปี

3. ณ วันที่ 2 มกราคม 2539 บริษัทฯ ขายเครื่องจักรเป็นเงินสดในราคา 40,000 บาท ซึ่งเครื่องจักรมีราคาทุนเดิม 60,000 บาท และราคาตามบัญชี 35,000 บาท

4. วันที่ 31 ธันวาคม 2539 บริษัทฯ ทำสัญญาเช่าการเงินสำหรับอาคารสำนักงาน สัญญาเช่าดังกล่าวมีมูลค่า ปัจจุบันของเค่าเช่าที่ต้องจ่ายในแต่ละปีเท่ากับ 400,000 บาท ซึ่งเท่ากับราคายุติธรรมของอาคารดังกล่าว บริษัทฯ ชำระค่าเช่าครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2540 เป็นเงิน 60,000 บาท

5. กำไรสุทธิสำหรับปี 2539 เท่ากับ 360,000 บาท

6. บริษัทฯ ประกาศและจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2539 และ 2538 ดังนี้

ปี 2539 | ประกาศ 15 ธันวาคม 39 | จ่าย 28 กุมภาพันธ์ 40 | จำนวน 80,000

ปี 2538 | ประกาศ 15 ธันวาคม 38 | จ่าย 28 กุมภาพันธ์ 39 | จำนวน 90,000

คำสั่ง

ให้จัดทำงบกระแสเงินสดสำหรับปี 2539 ตามวิธีทางอ้อม โดยไม่ต้องแสดงกระดาษทำการหรือตารางเพิ่มเติม

(20 คะแนน)

ข้อ 2 ให้ใช้สมุดคำตอบสีส้ม

บริษัท ไพรพนา จำกัด ออกหุ้นสามัญ 200,000 หุ้น ราคาตามมูลค่าหุ้นละ 10 บาท ในวันที่ 31 มีนาคม 2540 เพื่อแลกกับหุ้นสามัญราคาตามมูลค่าหุ้นละ 25 บาท ของบริษัท สาธร จำกัด ทั้งหมด การรวมกิจการนี้เข้าเงื่อนไขการรวมส่วนได้เสีย (pooling of interests) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2540 ราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัทในไพรพนา เท่ากับ 35 บาทต่อหุ้น บริษัททั้งสองยังต่างดำเนินธุรกิจของตนต่อไป รวมทั้งแยกการบันทึกบัญชีของปีสิ้นสุด 31ธันวาคม ด้วย

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2540 ทันทีก่อนที่จะมีการรวมกิจการ ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท ทั้งสอง เป็นดังนี้

ทุนเรือนหุ้น | ไพรพนา 5,500,000 | สาธร 2,500,000

ส่วนเกินมูลค่าหุ้น | ไพรพนา 4,200,000 | สาธร 470,000

กำไรสะสม | ไพรพนา 7,360,000 | สาธร 2,430,000

รวมส่วนของผู้ถือหุ้น | ไพรพนา 17,060,000 | สาธร 5,400,000

ข้อมูลเพิ่มเติม

1. ระหว่างเดือนมีนาคม 2540 บริษัท ไพรพนาจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรวมกิจการกับสาธร เป็นจำนวน 720,000 บาท

2. บริษัท ไพรพนา บันทึกเงินลงทุนในบริษัทสาธรตามวิธีส่วนได้เสีย

3. ในวันที่ 31 ธันวาคม 2540 มูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สินสุทธิของบริษัทสาธรเท่ากับราคาตามบัญชี ยกเว้นเงิน ลงทุนระยะยาวในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ซึ่งมีราคาตลาดสูงกว่าราคาทุนรวมอยู่ 600,000 บาท

4. ในวันที่ 10 มีนาคม 2540 บริษัท สาธรจ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญจำนวน 250,000 บาท

5. ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2540 บริษัท ไพรพนา จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญจำนวน 1,500,000 บาท

6. ระหว่างเดือนสิงหาคม 2540 บริษัท ไพรพนาขายสินค้าให้บริษัทสาธรมีกำไรจากการขายดังกล่าว 800,000 บาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2540 หนึ่งในสี่ของสินค้าจำนวนนี้ ยังคงเหลืออยู่ในสินค้าปลายงวด

7. ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึง 31 ธันวาคม 2540 บริษัท สาธรจ่ายค่าธรรมเนียมการบริหารให้บริษัทไพรพนา จำนวน 150,000 บาท

8. บริษัท สาธร มีกำไรสุทธิประจำปี 2540 จำนวน 1,450,000 บาท บริษัท ไพรพนามีกำไรสุทธิประจำปี 2540 (ก่อนที่จะรวมส่วนแบ่งในกำไรของบริษัทสาธร) จำนวน 2,240,000 บาท

9. ยอดคงเหลือในกำไรสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2539 ของบริษัท ไพรพนา และ บริษัทสาธร เท่ากับ 6,820,000 บาท และ 2,290,000 บาท ตามลำดับ

คำสั่ง

ก. ให้ลงรายการในสมุดรายวันของบริษัท ไพรพนา เพื่อบันทึกการรวมกิจการกับบริษัท สาธร และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรวมกิจการ

ข. ทำตารางแสดงการคำนวณเงินลงทุนในบริษัท สาธร จำกัด ตามวิธีส่วนได้เสีย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2540

ค. ทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงกำไรสะสมรวมสำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2540 ของบริษัทไพรพนา จำกัด ๆ และบริษัทย่อย

(20 คะแนน)

ข้อ 3 ให้ใช้สมุดสีเทา

บริษัท มุจฉาบรรจุภัณฑ์ จำกัด เป็นกิจการผลิตปลากระป๋องออกจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออก ขายในประเภทข้างเคียง บริษัทนี้แบ่งออกเป็น 3 แผนก ได้แก่ แผนกประมง แผนกผลิต และแผนกจำหน่าย แต่ละแผนกเป็นศูนย์กำไร โดยใช้ราคาตลาดเป็นราคาโอน

โดยเฉลี่ยแล้ว ในแต่ละเดือนแผนกประมงจับปลาได้ 1,000 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อผ่านกระบวนการผลิตในแผนกผลิตแล้ว จะได้ปลาซึ่งเตรียมพร้อมจะบรรจุกระป๋องเพียง 500 กิโลกรัมเท่านั้น เมื่อนำไปบรรจุกระป๋องก็จะได้ปลา 300 กระป๋อง และจำหน่ายในราคากระป๋องละ 12 บาท

ราคาตลาดของปลาสดซึ่งซื้อจากเรือประมง กิโลกรัมละ 1 บาท แต่ถ้ากิจกการไม่ทำการผลิตปลาเองก็จะซื้อปลาที่ผ่านกระบวนการผลิตจนพร้อมที่จะนำไปบรรจุกระป๋องได้ในราคากิโลกรัมละ 5 บาท นโยบายในการผลิตของกิจการ คือพยายามให้มีสินค้าคงเหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ในเดือนที่ผ่านมากิจการไม่มีสินค้าระหว่างทำต้อนต้นงวด แต่แผนกผลิตและแผนกจำหน่ายมีสินค้าสำเร็จรูปในวันปลายงวด 25 กิโลกรัม และ 30 กระป๋อง ตามลำดับ

แผนกทั้งสามแสดงงบกำไรขาดทุน ดังนี้

รายได้ | แผนกประมง 1,000 | แผนกผลิต 2,375 | แผนกจำหน่าย 3,060

ค่าใช้จ่าย

ต้นทุนรับโอนจากแผนกก่อน | แผนกประมง 0 | แผนกผลิต 1,000 | แผนกจำหน่าย 2,375

ผันแปร | แผนกประมง 200 | แผนกผลิต 400 | แผนกจำหน่าย 85

คงที่ | แผนกประมง 400 | แผนกผลิต 300 | แผนกจำหน่าย 210

รวมค่าใช้จ่าย | แผนกประมง 600 | แผนกผลิต 1,700 | แผนกจำหน่าย 2,670

หัก สินค้าคงเหลือ | แผนกประมง 0 | แผนกผลิต 85 | แผนกจำหน่าย 280

ต้นทุนสินค้าขาย | แผนกประมง 600 | แผนกผลิต 1,615 | แผนกจำหน่าย 2,390

กำไรสุทธิ | แผนกประมง 400 | แผนกผลิต 760 | แผนกจำหน่าย 670

หากท่านต้องแสดงความเห็นในงบการเงินของบริษัท มัจฉาบรรจุภัณฑ์ จำกัด ท่านคิดว่างบกำไรขาดทุนของบริษัท ควรจะเป็นอย่างไร และ ท่านควรจะแสดงรายการสินค้าคงเหลือในงบการเงินอย่างไร

(20 คะแนน)

cpa4bis บนมือถือ